ฝนดาวตกดวงใหญ่ส่องสว่างวาบเหนือนอร์เวย์ เปลี่ยนกลางคืนเป็นกลางวัน

ดาวตกขนาดใหญ่ผิดปกติลูกหนึ่งส่องสว่างจ้า เปลี่ยนท้องฟ้ายามมืดมิดบริเวณทางใต้ของแถบสแกนดิเนเวียคล้ายกับตอนกลางวัน ในช่วงเช้ามืดก่อนเศษของมันบางส่วนจะดิ่งลงสู่โลกใกล้กรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์

“ดาวตกส่องสว่างบนท้องฟ้าช่วงสั้นๆ ราวกับตอนกลางวันแสกๆ ตอนเวลาประมาณ 0.100 น.” สเตนาร์ มิดท์สโคเจน โฆษกของเครือข่ายดาวตกแห่งนอร์เวย์เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นผ่านทางอีเมล “ราว 1 นาทีต่อมาหรือนานกว่านั้น ได้ยินเสียงดังกึกก้องทั่วพื้นที่บริเวณกว้าง บางทีอาจครอบคลุมรัศมีสูงสุด 100 กิโลเมตร จากจุดที่พบเห็นดาวตกอยู่เหนือศีรษะตรงๆ”

มิดท์สโคเจน เปิดเผยด้วยว่า ประชาชนบางส่วนที่อยู่ใกล้กับเส้นทางของดาวตก รายงานมาว่าสัมผัสได้ถึงคลื่นกระแทก (shockwave) “บานประตูและหน้าต่างกระเด้งออกและมีลมพัดแรง แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย”

การพบเห็นดาวตกเหนือท้องฟ้านอร์เวย์ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด และทางเครือข่ายดาวตกแห่งนอร์เวย์มีกล้องมากมายไว้คอยสังเกตปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง มิดท์สโคเจน ระบุ

จากการวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากกล้องต่างๆ ในเบื้องต้น พบว่า ดาวตกน่าจะตกลงมาในเมืองลิแอร์ ห่างจากกรุงออสโล ไปทางตะวันตกราว 24 กิโลเมตร ขณะที่สำนักงานตรวจจับแผ่นดินไหวของนอร์เวย์ (NORSAR) ยืนยันว่ามันเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว และตรวจพบคลื่นอัดอากาศกระแทกพื้นราวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว
เวลานี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างลงพื้นที่เกิดเหตุ ปฏิบัติการค้นหาอุกกาบาต เศษชิ้นส่วนของดาวตก

“เรายังไม่รู้แน่ชัดเกี่ยวกับขนาดของดาวตก มันอาจเป็นหินที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม แต่เราคาดหมายว่าคงมีแค่เศษชิ้นส่วนเล็กๆของดาวตกที่ร่วงลงสู่พื้น” มิดท์สโคเจน กล่าว

“ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นของเราบ่งชี้ว่ามันเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อวินาที แลเศษของมันส่องสว่างวาบเป็นพักๆ ในช่วง 35 กิโลเมตรถึง 25 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน” เขากล่าว

มอร์เตน บิเลต สมาชิกของเครือข่ายฝนดาวตกนอร์เวย์ ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ “สิ่งที่พวกเราเห็นเมื่อคืนนี้คือ หินก้อนยักษ์ใหญ่ที่เหมือนว่าจะมาจากธารสะเก็ดดาวระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสฯ ซึ่งเป็นสายพานดาวเคราะห์น้อยของโลกเรา จังหวะที่มันพุ่งลงมา ก็จะเกิดเสียงสนั่น ไฟวาบ สร้างความตื่นเต้นอย่างยิ่งให้พวกเรา (ผู้เชี่ยวชาญ) แต่ก็อาจมีคนกลัวด้วย”

“นี่จะทำให้การเก็บกู้อุกกาบาตนี้เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งในทางวิทยาศาสตร์” มิดท์สโคเจนระบุ

Related posts